Science and mathematics Activities for Early Childhood Activities students
วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566
งานครั้งที่9
แบ่งกลุ่ม ทำกิจกรรมวาดภาพ แหล่งน้ำและร่วมกันทายว่าคือสถานที่ใด🌴⛰⛵
สร้างแหล่งเก็บน้ำทดสอบโดยสร้างให้แข็งแรงรองรับน้ำหนักได้⛵⛰🌲🌷
ออกแบบสนามเด็กเล่นตามจินตนาการของตนเองและสร้างเครื่องเล่นสไลด์จากหลอด👼⛳🏠
วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566
งานครั้งที่4 (3/08/66)
💛อากาศคืออะไร👈
เราจะรู้สึกว่ามีอากาศหรือลมพัดมาถูกตัวเรา
การเคลื่อนที่ของอากาศ💨
ในสถานที่ต่างกัน ถ้าอุณหภูมิของอากาศไม่เท่ากัน จะทำให้อากาศเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า ไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า อากาศเคลื่อนที่ตามแนวราบเรียกว่าลม
ประโยชน์ของอากาศ💦
งานครั้งที่3 (20/07/66)
👉 การทดลองคลิปหนีบกระดาษลอยน้ำ👈
วิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ยังมีส่วนช่วยให้เด็กได้รู้จักคณิตศาสตร์ หรือภาษาอีกด้วย
1.เด็กก็จะตั้งสมมติฐานว่าคลิปหนีบกระดาษจะสามารถลอยน้ำได้หรือไม่
2.เด็กจะได้ทดลองการว่าคลิปหนีบกระดาษว่าจะลอยหรือไม่ ถ้าสามารถลอยได้ จะลอยได้กี่อัน
3.เด็กก็จะสรุปผลถึงสิ่งที่ทดลองไปว่าทำไมคลิปหนีบกระดาษถึงลอยได้แล้วทำไมบางอันถึงไม่ลอง แล้วเป็นไปตามที่ตั้งสมมติฐานไหม
งานครั้งที่2 (13/07/66)
👉 วิทยาศาสตร์ 👈
ความรู้ที่ได้โดยการสังเกต และค้นคว้าจากปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างเป็นระบบ
การสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย 💓
เป็นการสอนความรู้ ซึ่งต่างจากการสอนเนื้อหาของเด็กโตตรงที่การสอนความรู้ต้องมาจากความสนใจ การสังเกต การจำ ของเด็กเองจากการเล่นไม่ใช่การท่องจำเหมือนเด็กโต ซึ่งในการเรียนวิทยาศาสตร์เด็กต้องพัฒนาทักษะการคิดเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปให้ได้
ตัวอย่างเช่น เด็กเรียนเรื่องเต่ากับหนู โดยการศึกษาเปรียบเทียบ ค้นหาข้อแตกต่างและข้อเหมือน และนำไปสู่ข้อสรุปว่า เต่ามีลักษณะอย่างไร หนูมีลักษณะอย่างไร
ดังนั้น การเรียนวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยจึงมิใช่การสอนให้รู้เนื้อหาโดยตรง เพราะเด็กไม่สามารถรับความรู้นามธรรมได้ เด็กปฐมวัยต้องเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากประสบการณ์
นักทฤษฎี ณอง เพียเจต์ เป็นนักทฤษฎีทางด้านสติปัญญา ซึ่งแบ่งการพัฒนาทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยเป็น 4 ขั้น ตามลำดับ โดยสมองของเด็กปฐมวัยถูกพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และจะถูกพัฒนาได้ดีที่สุดร้อยละ 80 เปอร์เซ็น ของสมองทั้งหมด
งานครั้งที่1 (6/07/66)
👉กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย👈
1.จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น2.ให้เด็กได้รู้จักการคิด แก้ปัญหาต่างๆได้3.การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์พื้นฐาน ได้แก่ การจับคู่ การเปรียบเทียบ การนับ4.เพื่อให้เด็กสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์และบูรณาการใช้ในชีวิตประจำวัน5.ให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก6.เพื่อส่งเสริมให้เด็กพัฒนาความคิดอย่างมีเหตุผล ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์
















